บุคลากรท้องถิ่นอำเภอ

       บุคลากรท้องถิ่นอำเภอ

สำหรับเจ้าหน้าที่

      Administrator

 

[ ประวัติความเป็นมา ] 
      

ประวัติความเป็นมา

         ประวัติอำเภอบึงสามพัน
              อำเภอบึงสามพันมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานที่น่าสนใจ  ตามที่ได้มีการบอกเล่าสืบต่อเป็นตำนานดังต่อไปนี้ โดยก่อนที่จะเรียกเป็นชื่ออำเภอบึงสามพันคนทั่วไปรู้จักบริเวณท ี่ตั้งของอำเภอในชื่อของ  “ ซับสมอทอด ”  ซึ่งไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่ามีการเรียกขานชื่อซับสมอทอดมานานเ พียงใด  เพราะบริเวณดังกล่าวนี้ยังไม่มีชุมชนมาตั้งอยู่แต่ก่อน ด้วยเป็นสภาพของป่าดงดิบ  มีความอุดมสมบูรณ์  และรกชัฏเป็นอย่างยิ่งประกอบไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์  และเต็มไปด้วยสัตว์ป่าน้อยใหญ่มากมายหลายชนิด  เช่น  ช้าง  เสือ  กระทิง  เก้ง  กวาง  เป็นต้น  ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาก่อนปีพุทธศักราช  2484  โดยการเดินทางสัญจรไปมาในขณะนั้นลำบากเป็นอย่างมาก  เพราะยังไม่มีถนนเป็นเพียงเส้นทางที่ลัดเลาะผ่านบริเวณป่าผ่านจ ากทางเหนือไปทางใต้เท่านั้น  ซึ่งปกติจะเป็นเส้นทางค้าขายของพ่อค้าโคกระบือในอดีตด้วยคือเป็ นเส้นทางสัญจรไปมาเป็นครั้งคราว  อาทิเช่น นายกา ราษฎรจากภาคอีสานคือจังหวัดอุบลราชธานี  เป็นพ่อค้าโคกระบือเรียกตามภาษาอีสานว่า   “ พ่อฮ้อยกา ”  ได้นำโคกระบือต้อนมาตามแนว ถนนคชเสนีย์  ( คือถนนสายสระบุรี-หล่มสัก  ในปัจจุบัน ซึ่งถนนคชเสนีย์เพิ่งจะมาสร้างในช่วงระยะเวลาประมาณปีพุทธศักรา ช 2484 - 2489 หรือในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ) เป็นเวลาอยู่หลายปี  เพื่อนำมาขายให้กับชาวจังหวัดเพชรบูรณ์  และชาวจังหวัดนครสวรรค์  บางครั้งยังนำไปขายถึงจังหวัดพิจิตร  และพิษณุโลกอีกด้วย จนกระทั่งปีพุทธศักราช 2494  นายกา  นายทอง  และครอบครัว  รวม 4 ครัวเรือนได้พาครอบครัวมาตั้งรกรากเป็นกลุ่มแรกโดยมาตั้งอยู่บร ิเวณซึ่งเรียกว่าบ้านซับเกษตร  ตำบลบึงสามพันในปัจจุบัน  เพราะเห็นว่าเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีดินดี  และมีน้ำท่าบริบูรณ์  เหมาะสำหรับทำการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง หรือเรียกได้ว่ามี  “ ดินดำ น้ำชุ่ม ” นั่นเอง
              ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่า “ ซับสมอทอด ” เพราะว่ามีต้นสมอใหญ่มากอยู่ต้นหนึ่งขึ้นอยู่ที่ริมคลองซับสมอท อดพร้อมกับเอนลงไปในคลอง ดูโดดเด่นกว่าต้นไม้อื่น ซึ่งคลองนี้จะไหลจากทิศตะวันตกไปลงสู่บึงสามพัน สมัยนั้นคลองมีความลึก มีน้ำใสสะอาด และมีต้นไม้ขึ้นอยู่ริมคลองอย่างหนาแน่น  จนกระทั่งปี  พ. ศ.  2513  ต้นสมอต้นดังกล่าวได้ถูกน้ำเซาะและได้ล้มลง  จึงเป็นตำนานของคำว่า       “ ซับสมอทอด ”  ซึ่งแปลเป็นภาษาอย่างง่ายว่า  “ แหล่งน้ำซึ่งมีต้นสมอยืนต้นอยู่หรือทอดเอนอยู่ ”  ปัจจุบันคลองซับสมอทอดได้ตื้นเขินขึ้นมาก
คำว่า “ บึงสามพัน ” เป็นชื่อเรียกบึงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต ้ของที่ตั้งที่ว่าการอำเภอบึงสามพัน ประมาณ  3  กิโลเมตร  โดยบึงสามพันมีขนาดความกว้างประมาณ 150 เมตร  และมีความยามประมาณ  3  กิโลเมตร  และมีลักษณะทอดตัวจากทางทิศเหนือไปยังทิศใต้  บึงสามพันเมื่อก่อนนั้น  (ก่อนปี พ.ศ. 2500)  อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด  โดยเฉพาะมีจระเข้ชุกชุมมาก  ประมาณกันว่าไม่ต่ำกว่า  3,000  ตัว  ปัจจุบันยังมีหลักฐานยืนยันได้จากระดูกจระเข้จำนวนมากอยู่ที่วิ หารวัดบึงสามพันล่าง  บ้านบึงสามพันล่าง  หมู่ที่ 5    ต.บึงสามพัน   และบุคคลเก่าแก่ที่อ้างอิงได้ คือ  นายเย้า  เจริญสุข อายุ  90 ปีได้เสียชีวิตแล้วเมือปีพุทธศักราช  2544  โดยนายเย้าเคยมีอาชีพจับจระเข้ที่บึงสามพันเพื่อเอาหนังไปขายตั ้งแต่ปีพุทธศักราช 2493 โดยขายได้นิ้วละ  12  บาท  วัดจากด้านทางกว้างของตัวจระเข้  นายเย้า  เจริญสุข  เคยเป็นบุคคลสำคัญของฟาร์มจระเข้จังหวัดสมุทรปราการ  ในการแสดงการจับจระเข้ให้ผู้ชมที่มาชมจระเข้ในฟาร์มแห่งนี้ทุกว ัน  โดยบุคคลทุกคนในฟาร์มจระเข้ เรียกว่าอาจารย์เพราะมีความเชี่ยวชาญมาก  โดยนายเย้า  ยังเคยถูกเชิญมาออกรายการทีวีของคุณไตรภพ  ลิมปะภัทร  ในรายการทไวไลโชว์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง  3  มาแล้วโดยนายเย้าเคยเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟังว่า  เมื่อเด็กแกจะเป็นคนเกเรไม่ยอมช่วยพ่อแม่ทำนา  ไม่ทำการงานเร่ร่อนไปอยู่ในที่ต่าง ๆ จนย่างเข้าวัยหนุ่ม  วันหนึ่งไปพบพระธุดงค์รูปหนึ่งเข้า พระธุดงค์ถูกอัธยาศัย  และเมตตาให้ประสิทธิประสาทวิชาให้  คือ  วิชาปราบจระเข้  วิชาจับสัตว์ดุร้าย  พร้อมให้มีดหมอติดตัวมาเล่มหนึ่ง  ดังนั้นต่อมาแกจึงได้มีอาชีพล่าจระเข้ทุก ท้องที่ที่มีจระเข้มาอีกหลายสิบปี ก่อนผันชีวิตตนเองในบั้นปลายมีอาชีพประจำอยู่ที่ฟาร์มจระเข้จัง หวัดสมุทรปราการจนตลอดชีวิต โดยลุงเย้า ได้เคยฟังเสียงเล่าลือเป็นครั้งแรกมาก่อน เมื่อปีพุทธศักราช  2493 ว่า  ณ บึงสามพันแห่งนี้มีจระเข้กว่า  3,000  ตัว  โดยได้เดินทางมาทางเรือตามแม่น้ำป่าสัก ผ่านจังหวัดอ่างทองลพบุรี  อำเภอชัยบาดาล  อำเภอวิเชียรบุรี  จนเข้าเขตอำเภอบึงสามพัน  สามารถจับจระเข้ได้เป็นจำนวนมาก  ประมาณว่าจระเข้ในบึงมีมากกว่า 3000 ตัวอีก สมกับคำล่ำลือกันว่าบึงสามพัน โดยถูกเรียกชื่อว่าเป็นบึงสามพันมานานแล้ว  จนกระทั่งถูกนำใช้มาเป็นชื่อของอำเภอบึงสามพันในปัจจุบัน
                 การคมนาคมในอำเภอบึงสามพัน ในสมัยที่ยังขึ้นอยู่กับอำเภอวิเชียรบุรี (ต่อมาอำเภอหนองไผ่แยกออกจากอำเภอวิเชียรบุรี ขณะนั้นอำเภอบึงสามพันจึงขึ้นอยู่กับตำบลบ้านโภชน์อำเภอหนองไผ่ ตามมาด้วย) นั้นทุรกันดารเป็นอย่างยิ่ง ถนนสายหลักคือถนนคชเสนีย์(คือถนนสายสระบุรี-หล่มสักในปัจจุบัน) ได้เริ่มดำเนินการสร้างในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 (ระหว่าง พ.ศ 2484-2489) จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตามแนวนโยบายที่จะย้ายเมืองหลวง จากกรุงเทพมหานคร มายังจังหวัดเพชรบูรณ์  เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ มีภูเขาล้อมรอบอยู่ถึงสามด้าน เว้นแต่ด้านทิศใต้เท่านั้นยากแก่การบุกรุกของข้าศึก “ เหมาะสมกับการก่อสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ขึ้นในชื่อว่านครบาลเพช รบูรณ์ ”  ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยจำยอมให้ ประเทศญี่ปุ่นเดินทัพผ่านประเทศไทยได้ โดยได้เกณฑ์แรงงานราชฎรมาจากจังหวัดต่างๆในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานเป็นจำนวนมาก ประมาณ 5000 คน สมัยนั้นผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก อันเกิดจากการได้รับเชื้อไข้ป่า(ไข้มาลาเรีย) หรือไม่ก็ตกเป็นอาหารของเสือและสัตว์ร้าย คนโบราณกล่าวว่า เมืองเพชรบูรณ์เป็นเมืองเนรเทศข้าราชการ  ข้าราชการคนใดโกงบ้านโกงเมืองหรือทำผิดวินัยราชการ จะถูกเนรเทศมาอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมักจะเสียชีวิตด้วยไข้ป่า จนมีคำอุปมามาแต่ครั้งโบราณว่า “ หากผู้ใดจะมาเมืองเพชรบูรณ์ให้เตรียมหม้อดินมาด้วย คนละ 1 หม้อ เพื่อเตรียมใส่กระดูกของตนเองกลับไปด้วย ”  ซึ่งถนนสายนี้ถือเป็นสายเอกของอำเภอบึงสามพัน ก่อนที่จะมีถนนสายวังพิกุล และสายจังหวัดนครสวรรค์เชื่อมกับจังหวัดชัยภูมิในเวลาต่อมา
               กลุ่มราษฎรที่เข้ามาอาศัยอยู่รุ่นแรก  เริ่มตั่งแต่ครอบครัวนายกา  ตั่งแต่ปีพุทธศักราช 2494 เป็นต้นมา  เริ่มมีราษฎรจากต่างจังหวัดข้างเคียงอพยพมามากขึ้นได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร ลพบุรี สระบุรีชัยภูมิ  เป็นต้น  ซึ่งพื้นที่ซับสมอทอดมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาพันธุ์และ ชุกชุมด้วยสัตว์ป่าและสัตว์น้ำ  จึงเป็นพื้นที่บุกเบิก  และหักล้างถางพงของราษฎรต่างพื้นที่  บางส่วนมักมีคดีติดตัวมา  ต่างขนบธรรมเนียมประเพณี  ต่างถือดีทำให้เกิดการแย่งที่ทำมาหากินและแย่งกันเป็นใหญ่ในหมู ่บ้านจึงตัดสินและลงเอยด้วยการฆ่ากันเป็นประจำ  ประมาณเดือนละ 4 ศพ  ดังมีคำกล่าวมาแต่ก่อนว่า “ อยากรวยให้ไปอยู่ที่ลำนารายณ์  อยากตายให้ไปอยู่ที่ซับสมอทอด ” 
              สิ่งศักดิ์สิทธ์ที่เคารพนับถือของชาวอำเภอบึงสามพัน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจคือ  พระพุทธรูป “ หลวงพ่อบึงสามพัน ” โดยมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า  วันหนึ่งราษฎรบ้านโภชน์กลุ่มหนึ่งมียายมอญรวมอยู่ด้วยได้พากันม าหาปลาที่บึงสามพัน(ซึ่งในขณะนั้นมีปลาชุกชุมมาก) โดยวิธีการยกยอ  โดยยายมอญยกยอทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยไม่ได้ปลาแม้แต่ตัวเดียวจึง เกิดความท้อแท้ใจมองดูดวงอาทิตย์ก็บ่ายคล้อยลงทุกที  ทันใดนั้นก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น  เพราะยอของยายมอญเกิดไปเกี่ยวกับวัตถุอะไรบางอย่างไม่ทราบได้แล ะไม่สามารถยกยอขึ้นได้จึงให้เพื่อนบ้านหลายคนช่วยกันยกยอแต่ยกย ออย่างไรก็ไม่ขึ้นเป็นเวลาหลายครั้ง  ซึ่งช่วงแรกไม่มีใครกล้าดำน้ำลงไปดูใต้น้ำเพราะขณะนั้นจระเข้ชุ กชุมมาก แต่ในที่สุดเพื่อนบ้านเห็นว่าไม่มีทางดึงขึ้นได้แน่จึงเสี่ยงดำ น้ำลงไปดูให้แน่ใจและจะได้ปลดยอออกให้  จึงพบว่าวัตถุที่ติดยออยู่นั้นเป็นพระพุทธรูปสมัยเก่า แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถนำพระพุทธรูปขึ้นจากบึงได้ทั้งที่พ ระพุทธรูปองค์ไม่ใหญ่นัก จนต้องทำบุญอธิษฐานจิตว่า “ จะเทิดทูลยิ่งชีวิต ”   จึงอัญเชิญขึ้นมาได้   ปัจจุบันหลวงพ่อบึงสามพันประดิษฐานที่วัดบ้านโภชน์อำเภอหนองไผ่   จังหวัดเพชรบูรณ์   ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง   และมีประวัติการปล้นพระพุทธรูปหลวงพ่อบึงสามพันขึ้นครั้งหนึ่งเ มื่อปีพุทธศักราช  2504  พวกโจรได้บุกเข้ามาโจรกรรมหลวงพ่อบึงสามพัน  หลวงพ่อคงเจ้าอาวาสวัดบ้านโภชน์ในขณะนั้นเข้าขัดขวางจึงถูกพวกโ จรทุบด้วยฆ้อน  จนหลวงพ่อคงสลบไป  พวกโจรคิดว่าหลวงพ่อคงตายแล้ว จึงหันกลับมาที่พระพุทธรูปหลวงพ่อบึงสามพันพากันอุ้มพระพุทธรูป หลวงพ่อบึงสามพันออกจากพระอุโบสถ  แต่พวกโจรไม่สามารถอุ้มหลวงพ่อบึงสามพันออกจากอุโบสถได้เพราะหล วงพ่อบึงสามพันได้แสดงปาฏิหาริย์ให้องค์ใหญ่กว่าประตูพระอุโบสถ (หลวงพ่อบึงสามพันเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว สูง 31 นิ้ว)  ต่อมาพวกโจรที่ปล้นวัดบ้านโภชน์ครั้งนั้น  ก็เกิดฆ่าฟันกันเองจนตายหมด  และเมื่อถึงช่วงเวลาระหว่างเดือนเมษายน  -  เดือนพฤษภาคมของทุกปีราษฎรบ้านโภชน์จะต้องนำองค์หลวงพ่อบึงสามพ ัน  ออกมาให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา  และทำการสรงน้ำกัน  โดยมีความเชื่อกันว่าถ้าได้นำหลวงพ่อบึงสามพันแห่และทำพิธีสรงน ้ำกันจะทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
              การจัดตั้งเป็นอำเภอ
             เมื่อปี  พ.ศ.  2509  ตำบลซับสมอทอด  ได้แยกออกจากตำบลบ้านโภชน์  อำเภอหนองไผ่   เมื่อถึงปี  พ.ศ.  2518  ได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอบางส่วนเห็นควรใช้ชื่อกิ่งอำเภอซั บสมอทอดตามชื่อตำบลเดิม  แต่ในที่สุดที่ประชุมเห็นด้วยกับการใช้ชื่อว่า  “ กิ่งอำเภอบึงสามพัน ” โดยให้เหตุผลว่าในพื้นที่มีบึงสามพันซึ่งเป็นแหล่ง น้ำขนาดใหญ่มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจและน่าจะเป็นเอกลักษณ ์เป็นที่รู้ จักของคนทั่วไปจนจำได้ง่าย  เมื่อกล่าวถึงชื่อกิ่งอำเภอก็จะทำให้นึกถึงบึงสามพันได้ทันที
กิ่งอำเภอบึงสามพันได้รับยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อปีพุทธศักราช   2522  โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอดังนี้
1.  นายเนียร จันทร์อุไร 29  พ.ศ.  2522  –  11  ม.ค.  2523
2.  นายบุญช่วย  ศรีนวลชัย 12  ม.ค.  2523  –  7   ก.ค.  2527
3.  นายศิริพงษ์ จันทร์ชุ่ม   8  ก.ค.  2527  –  2  ธ.ค.  2531
4.  นายชาญชัย  หัสสนะ   6  ธ.ค.  2531  –  3  ธ.ค.  2533
5.  นายประเสริฐ เจียนิวัตต์   4  ธ.ค.  2533  –  16  ต.ค.  2537
6.  นายเกรียงศักดิ์  จันทรคิด 17  ต.ค.  2537  –  30  ก.ย.  2540
7.  นายเสรี  คำภีรธัมโม 10  พ.ย.  2540  –   1  พ.ย.  2541
8.  นายสุวิทย์  หงส์ธนนัน    2  พ.ย.  2541  –  17  เม.ย.  2543  
9.  นายมาโนช  ศรีแผ้ว       18  เม.ย.  2543 –  30 ส.ค. 2548
10.นายกิตติศักดิ์  ศรีนพคุณ   26  ธ.ค.2548  -  23 ส.ค. 2552
11. นายกฤษณ์   คงเมือง 24 ส.ค. 2552 - 21 ก.พ.2553
12. นายสมยศ  รอดแช่ม         22 ก.พ. 2553 - 12 ธ.ค.2554
13. นายประวิทย์  ประวัติเมือง       13 ธ.ค. 2554 – ปัจจุบัน

    ทำรายการเมื่อ: 25-มีค.-10at 18:52
 

 

สำนักงานท้องถิ่นบึงสามพัน
อำเภอบึงสามพัน  จังหวัดเพชรบูรณ์
โทร: 056-732833   แฟกซ์: 056-732833  Email :
info@bsplocal.go.th
Copyright 2012.bsplocal.go.th All rights reserved. Powered by Click idea design